การเงิน

การเงิน

3 นิสัยทางการเงินที่ควรรู้ สำหรับ นักบริหารจัด เรื่องการเงิน ที่ดี
เราปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะ ว่า “การเงินธุรกิจ” มีความสำคัญกับชีวิตเรามากแค่ไหน การวางแผนการเงิน บางคนอาจจะบอกว่า “สิ่งที่สำคัญสำหรับฉัน คือชีวิตที่มีความสุขต่างหาก ไม่ใช่ตัวเงิน” แต่ถ้าหากคุณไปอยู่ป่า อยู่เขา แล้วนอนกลางดินกินกลางทราย เพราะคุยไม่มี “เงิน” ครอบครัวของคุณก็จะต้องลำบากตรากตรำ เพราะความขัดสนทางการเงินของคุณ
ในเชิง Idealism (จิตนิยม) คุณสามารถคิดแบบนั้นได้ค่ะ หากคุณคิดว่าความหมายที่แท้จริงของการมีชีวิต คือความสงบสุข การอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ และได้อยู่กับคนที่รัก แต่คุณอย่าลืมนะคะว่าในโลกของ “วางแผนการเงิน” ในสมัยนี้นั้น ผู้ที่จะมีอำนาจสูงสุด และได้ใช้ชีวิตอย่าง “สงบสุขที่สุด” นั้น ก็คือ ผู้ที่มีเงินมากที่สุดนั่นเอง นี่คือความเป็นจริงของโลกใบนี้ ที่คุณไม่สามารถปฏิเสธได้เลยจริงๆ แม้ว่าจะเป็นความจริงอันโหดร้าย แต่มันก็คือความจริงค่ะ
เพราะฉะนั้นหากรู้แบบนี้แล้วว่าเงินสำคัญ เราจึงควรมีนิสัยทาง การเงิน Financial  ที่จะส่งผลดีแก่เราทั้งในปัจจุบัน อนาคต และคนรอบข้างที่คุณรักจากรุ่นลูกสู่รุ่นหลาน ควรปลูกฝังเป็นพื้นฐานสำหรับลักษณะนิสัยการใช้เงินที่ดี ที่ไม่เคยมีใครสอนในโรงเรียน แต่เราสามารถสอนคนรุ่นต่อๆไปให้มีนิสัยในการบริหารเงินที่ดีได้ค่ะ
1. รู้จักเก็บออม
ทุกวันนี้ทุกคนต่างดิ้นรนหาเงิน การเงิน เศรษฐศาสตร์ เพื่อนำมาใช้จ่ายในแต่ละวัน ช่องทางการหาเงินได้ของแต่ละคนก็ต่างกันไป เช่น รายรับจากเงินเดือนพนักงานประจำ Freelance ธุรกิจส่วนตัว ขายของออนไลน์เป็นต้น ทีนี้หากเราได้เงินมาในแต่ละวัน หรือแต่ละเดือน เราควรจะจัดการกับมันอย่างไร?

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเงินออม คุณจะต้องคิดเรื่องนี้เป็นอันดับแรกเสมอ คุณควรจะออมเงินเอาไว้ เพราะเงินออมที่ว่านี้มีความสำคัญมากสำหรับ “อนาคตของคุณ” เงินออมนี้คือเงินสด ที่สามารถหยิบมาใช้จ่ายได้เลยในขณะที่คุณ “ต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน” เช่น หากเกิดภาวะโรคภัยไข้เจ็บขึ้น ทั้งเกิดกับตัวคุณเอง และคนที่คุณรัก ในสภาวะที่ว่านี้ หากคุณไม่เหลือเงินออมเลยสักบาทเดียว คุณจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายในสภาวะฉุกเฉิน?

ทางที่ดีในแต่ละเดือน หากคุณได้ราบรับมา คุณควณแบ่งออมไว้อย่างน้อยที่สุด 10-15% ของเงินรายรับ โดยคุณต้องสัญญากับตัวเอง ว่าเงินออมนี้ คุณจะไม่ยุ่ง ไม่ถอนออกมาเด็ดขาด นี่คือเงินออมในอนาคต ที่คุณจะต้องเก็บ “เพื่อ” เอาออกมาใช้จ่ายในยามจำเป็นเท่านั้น

2. รู้จักประหยัด
ประหยัดแบบไหน การไม่ใช้เงินเลย ไม่ว่าใครมายืมเงินฉันจะไม่ให้ทั้งนั้น ฉันจะให้คนอื่นออกค่าข้างและสิ่งของเครื่องใช้ให้ การคิดแบบนี้เรียกว่า ประหยัดไหม? ขอบอกเลยว่า ผิดนะคะ!! การประหยัด คือการ “รู้จัก” คุณค่าของสิ่งของที่ตนเองจะลงทุนซื้อ และคิดถึงความคุ้มค่าของมันมากที่สุด

หากคุณต้องการจะซื้อกระเป๋าราคาหลักแสนใบหนึ่ง สู่อิสรภาพทาง การเงิน คุณควรคำนึงถึงการลงทุนซื้อมันมาว่ามัน “คุ้มค่า” แก่การลงทุนหรือไม่ หากเป็นแค่เครื่องประดับเอาไว้ใส่อวดเพื่อนเฉยๆ คุณสามารถเลือกหากระเป๋าที่ราคาถูกกว่านั้นได้ หากคุณคำนึงถึงความใช้งานเช่น ใช้ได้นาน 5-10 ปีเพราะเป็นหนังจระเข้ตัวผู้แท้จากประเทศฝรั่งเศษ การันตีการใช้งาน 10 ปี หาก คุณคิดว่าจะใช้กระเป๋าใบนี้ไปตลอด 10 ปี โดยไม่ซื้อในอื่นเลย ก็ถือว่าคุ้มค่า

เพราะฉะนั้นคุณควรเลือกการประหยัดเงินที่ถูกต้อง และประหยัดกับสิ่งฟุ่มเฟือย บางสิ่งบางอย่างคุณจำเป็นต้องใช้ และหากไม่ได้ใช้ มันจะส่งผลเสียต่อคุณ เพราะฉะนั้นของแบบนี้ ไม่ต้องประหยัดค่ะ ประหยัดกับสิ่งไร้สาระอื่นๆก็พอแล้ว
3. รู้จักลงทุน
การเลือกลงทุน เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สำคัญสำหรับคนในยุคนี้ กับช่องทางการลงทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น กองทุน ประกัน อสังหาริมทรัพย์ หรือ พันธบัตร เพราะ ในอนาคต เราอาจจะต้องคิดถึงเมื่อตอนเราชรา แก่เฒ่าไปตามกาลเวลาด้วย หากเราไม่ได้ลงทุนเลย ณ เวลานั้น ถ้าเราไม่มีแรง “เหลือเฟือ” เหมือนตอนที่เรายังเป็นวัยหนุ่มสาว ไฟแรง เราควรจะใช้ชีวิตและหาเงินอย่างไรดี?

การเงิน

ในตอนอายุมาก ความ หมายของ คำ ว่า การเงิน ธุรกิจ  สิ่งที่จะยังคงติดตัวเรานั้นมีเพียง ความคิด สติปัญญา และประสบการณ์ชีวิตเท่านั้น คุณคงต้องคิดถึงเลือก Passive Income หรือ รายรับที่เข้ามาตลอดโดยที่คุณไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เช่น ราบรับจากหุ้น เก็บค่าเช่า หรือรายรับเงินปันผลจากกองทุนเป็นต้น ซึ่งถ้าหากคุณรู้จักลงทุนในช่องทางที่ถูกที่คุณ ในอนาคตตอนอายุ 70 คุณจะเป็นวัยเก๋า ที่มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข และไม่เดือดร้อนลูกหลานอย่างแน่นอนค่ะ